ภาพรวมตลาด Emollient ในปัจจุบัน
ตลาด Emollient สำหรับอุตสาหกรรมเครื่องสำอางทั่วโลกยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยรายงานหนึ่งระบุว่าตลาดมีมูลค่าราว 1.63 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 และคาดว่าจะเติบโตแตะ 1.73 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีประมาณ 6% ในช่วงนี้ โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจากการเติบโตของอุตสาหกรรมความงามและการดูแลผิว ความตระหนักด้านสุขภาพผิวที่เพิ่มขึ้น และการขยายตัวของตลาดความงามทั่วโลก
ในเชิงการใช้งาน กลุ่มผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิวหน้าและมอยส์เจอไรเซอร์ยังคงเป็นกลุ่มที่ใช้ Emollient มากที่สุด โดยครองส่วนแบ่งตลาดราวหนึ่งในสามของการใช้งาน Emollient ทั้งหมดในปี 2022 ขณะที่แนวโน้มสำคัญที่กำลังเปลี่ยนทิศทางตลาดคือการเปลี่ยนจากวัตถุดิบปิโตรเลียมไปสู่เอสเทอร์จากธรรมชาติและซิลิโคนเฉพาะทางมากขึ้น โดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่อย่างจีนและอินเดีย
สำหรับนักพัฒนาสูตรและฝ่ายจัดซื้อวัตถุดิบ การรู้ว่า Emollient ตัวไหนที่ตลาดต้องการมากที่สุดในปัจจุบันจะช่วยวางแผนการพัฒนาสูตรใหม่และบริหารสต็อกวัตถุดิบได้แม่นยำขึ้น บทความนี้รวบรวม 10 อันดับ Emollient ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและสกินแคร์ในปัจจุบัน
10 อันดับ Emollient ยอดนิยม

1. Caprylic/Capric Triglyceride (CCT)
Caprylic/Capric Triglyceride สกัดจากน้ำมันมะพร้าวและกลีเซอรีน เป็น Emollient ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบัน ด้วยคุณสมบัติเบา ไม่เหนอะหนะ และเข้ากันได้ดีกับผิวแทบทุกประเภท นอกจากทำหน้าที่เป็น Emollient แล้วยังใช้เป็นตัวทำละลายสำหรับสาร Active ที่ละลายในน้ำมัน และช่วยกระจายตัวของ UV Filter ในผลิตภัณฑ์กันแดดได้ดี ทำให้เป็นวัตถุดิบพื้นฐานที่แทบทุกสูตรในอุตสาหกรรมมีติดไว้

2. Squalane
Squalane เป็น Emollient ที่มีโครงสร้างใกล้เคียงกับซีบัมธรรมชาติของผิว ให้สัมผัสเบา ซึมไว และไม่ก่อให้เกิดการอุดตันรูขุมขน ปัจจุบันนิยมผลิตจากพืช เช่น อ้อยหรือมะกอก แทนแหล่งที่มาจากตับปลาฉลามแบบดั้งเดิม ตอบโจทย์ทั้งเทรนด์ Clean Beauty และความยั่งยืน

3. Dimethicone
Dimethicone เป็น Emollient กลุ่มซิลิโคนที่ใช้แพร่หลายที่สุดในอุตสาหกรรม ให้เกราะป้องกันที่ระบายอากาศได้ ลดการสูญเสียน้ำจากผิว พร้อมสัมผัสแบบด้านและเรียบเนียน เหมาะกับผลิตภัณฑ์ที่ต้องการลดความมันวาวและให้สัมผัสแห้งสบายหลังทา อย่างไรก็ตาม ควรติดตามกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้นในบางตลาด โดยเฉพาะกลุ่มซิลิโคนระเหยง่ายบางชนิดที่ถูกจำกัดการใช้ในผลิตภัณฑ์ล้างออกในยุโรป

4. Isopropyl Myristate (IPM)
Isopropyl Myristate เป็นเอสเทอร์สังเคราะห์ที่ให้สัมผัสเบา ซึมไวเร็วมาก มักใช้เป็นตัวช่วยเพิ่มการซึมซาบของสารออกฤทธิ์อื่นในสูตร นิยมใช้ในผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด โลชั่นเนื้อบาง และผลิตภัณฑ์ที่ต้องการลดความรู้สึกหนักบนผิว แม้จะมีประสิทธิภาพสูงแต่ควรพิจารณาค่า Comedogenic Rating ก่อนใช้ในสูตรสำหรับผิวมันหรือผิวเป็นสิวง่าย

5. Cetyl Alcohol และ Stearyl Alcohol
กลุ่ม Fatty Alcohol อย่าง Cetyl Alcohol และ Stearyl Alcohol ทำหน้าที่เป็นทั้ง Emollient และ Co-emulsifier ที่ช่วยเสริมความหนืดในสูตร เป็นวัตถุดิบพื้นฐานที่แทบทุกโรงงานผลิตครีม/โลชั่นต้องมีติดสต็อก เนื่องจากราคาย่อมเยาและใช้งานได้หลากหลาย ทั้งในระบบ Emulsion และผลิตภัณฑ์ Anhydrous

6. Jojoba Oil
Jojoba Oil เป็นน้ำมันธรรมชาติที่ได้รับความนิยมสูงในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Natural และ Clean Beauty ด้วยคุณสมบัติเป็น Emollient ที่ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิวและมีองค์ประกอบใกล้เคียงกับซีบัมธรรมชาติของมนุษย์ เหมาะกับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า เซรั่มบำรุง และผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม

7. Shea Butter
Shea Butter เป็นบัตเตอร์จากธรรมชาติที่ได้รับความนิยมสูงในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกายและผลิตภัณฑ์สำหรับผิวแห้ง ให้สัมผัสเข้มข้น อุดมด้วยกรดไขมันที่ช่วยฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว เหมาะกับโลชั่นบำรุงผิวกายเนื้อเข้มข้นและผลิตภัณฑ์สำหรับสภาพอากาศหนาวเย็น

8. Petrolatum
Petrolatum เป็น Occlusive Emollient ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันการสูญเสียน้ำจากผิว โดยสามารถลดการระเหยของน้ำจากผิวได้เกือบทั้งหมด แม้จะเป็นวัตถุดิบปิโตรเลียมที่กำลังถูกลดสัดส่วนในบางแบรนด์ตามเทรนด์ Clean Beauty แต่ยังคงเป็นมาตรฐานทองคำสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ต้องการปกป้องผิวสูงสุด เช่น ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวแตกลายหรือผิวที่เสียหายจากสภาพอากาศ

9. Mineral Oil
Mineral Oil เป็น Emollient ราคาประหยัดที่ให้ความเสถียรสูง ไม่ทำปฏิกิริยากับส่วนผสมอื่นในสูตรง่าย และมีความเสี่ยงก่อภูมิแพ้ต่ำ ยังคงเป็นที่ต้องการสูงในกลุ่มผลิตภัณฑ์ราคาประหยัดถึงระดับกลาง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว

10. Coco-Caprylate/Caprate และเอสเทอร์มะพร้าวกลุ่มใหม่
เอสเทอร์จากน้ำมันมะพร้าวกลุ่มใหม่ เช่น Coco-Caprylate/Caprate กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในฐานะทางเลือกทดแทนซิลิโคนและ Emollient สังเคราะห์บางชนิด ให้สัมผัสคล้ายซิลิโคนแต่มาจากแหล่งธรรมชาติ ตอบโจทย์แบรนด์ที่ต้องการเคลม Silicone-free ควบคู่กับสัมผัสเนียนลื่นระดับพรีเมียม
แนวโน้มที่กำลังเปลี่ยนอันดับความต้องการในอนาคต
ตลาด Emollient กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นในจีนและอินเดียกำลังเปลี่ยนความต้องการของผู้บริโภคจากมอยส์เจอไรเซอร์พื้นฐานที่มีปิโตรเลียมเจลลี่เป็นส่วนประกอบ ไปสู่สูตรที่มีเอสเทอร์จากชีวมวลและซิลิโคนเฉพาะทางมากขึ้น ขณะเดียวกัน แบรนด์ความงามรายใหญ่หลายแห่งได้ประกาศเป้าหมายเลิกใช้ Emollient จากปิโตรเคมีในผลิตภัณฑ์หลักภายในปี 2030
ในเชิงกฎระเบียบ ข้อจำกัดของสหภาพยุโรปต่อสาร D4 และ D5 ไซโคลเมทิโคนในผลิตภัณฑ์ล้างออกภายใต้ REACH Annex XVII ได้บังคับให้ต้องปรับสูตรแชมพู สบู่เหลว และผลิตภัณฑ์ล้างหน้าทั่วยุโรปใหม่ แนวโน้มนี้ส่งผลให้ Emollient จากธรรมชาติและเอสเทอร์ทดแทนซิลิโคนอย่าง Coco-Caprylate/Caprate มีแนวโน้มไต่อันดับความต้องการสูงขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
สำหรับโรงงานผลิตในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การติดตามแนวโน้มนี้อย่างใกล้ชิดจะช่วยวางแผนจัดหาวัตถุดิบและปรับสูตรผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ทั้งตลาดในประเทศและตลาดส่งออกไปยังยุโรปได้ล่วงหน้า
เลือก Emollient อย่างไรให้ตรงกับความต้องการของตลาด
การเลือก Emollient ไม่ควรอิงอันดับความนิยมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาควบคู่กับคอนเซปต์ผลิตภัณฑ์และกลุ่มเป้าหมายด้วย (หลักการเลือก Emollient เทียบกับ Humectant อธิบายไว้ในบทความ Emollient กับ Humectant ต่างกันอย่างไร)
สำหรับแบรนด์ Mass Market Emollient ราคาประหยัดอย่าง Mineral Oil หรือ Fatty Alcohol ยังคงตอบโจทย์ด้านต้นทุนได้ดี
สำหรับแบรนด์ Clean Beauty/Premium ควรมองไปที่ Squalane, Jojoba Oil หรือเอสเทอร์มะพร้าวกลุ่มใหม่ที่ตอบโจทย์การเคลม Natural/Silicone-free
สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ต้องทนน้ำหรือปกป้องผิวสูง Petrolatum และ Dimethicone ยังคงเป็นตัวเลือกที่ประสิทธิภาพเหนือกว่าทางเลือกอื่นในปัจจุบัน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเลือกใช้ Emollient
Emollient ที่ได้รับความนิยมสูงสุดจำเป็นต้องเหมาะกับทุกสูตรหรือไม่ ไม่จำเป็น ความนิยมสะท้อนถึงการใช้งานที่แพร่หลายในอุตสาหกรรม แต่การเลือก Emollient ที่เหมาะสมยังต้องพิจารณาคอนเซปต์ผลิตภัณฑ์ ค่า Comedogenic Rating และความเข้ากันได้กับส่วนผสมอื่นในสูตรเป็นหลัก
ทำไม Emollient จากปิโตรเลียมอย่าง Petrolatum ยังติดอันดับความนิยม แม้ตลาดจะเน้น Clean Beauty เนื่องจากประสิทธิภาพด้านการป้องกันการสูญเสียน้ำของ Petrolatum ยังไม่มี Emollient ทางเลือกใดทดแทนได้เทียบเท่าในปัจจุบัน จึงยังคงเป็นตัวเลือกหลักสำหรับผลิตภัณฑ์ที่เน้นประสิทธิภาพการปกป้องผิวสูงสุด แม้บางแบรนด์จะเริ่มลดสัดส่วนการใช้ตามเทรนด์ตลาด
ควรติดตามแนวโน้มความต้องการ Emollient บ่อยแค่ไหน แนะนำให้ติดตามอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง โดยเฉพาะโรงงานที่ส่งออกไปยังตลาดที่มีกฎระเบียบเปลี่ยนแปลงบ่อย เช่น สหภาพยุโรป เพื่อวางแผนปรับสูตรและจัดหาวัตถุดิบทดแทนได้ทันท่วงที
สำหรับโรงงานผู้ผลิตเครื่องสำอางและสกินแคร์ที่กำลังมองหา Emollient คุณภาพสูงตามเทรนด์ตลาดล่าสุด ไม่ว่าจะเป็นเอสเทอร์เบาสบาย น้ำมันธรรมชาติ หรือทางเลือกทดแทนซิลิโคน VS Ingredients พร้อมให้คำปรึกษาและตัวอย่างวัตถุดิบสำหรับทดสอบในสูตรของท่าน ติดต่อทีมงาน VS Ingredients ได้ตั้งแต่วันนี้

แหล่งอ้างอิง
- The Business Research Company. Emollients Global Market Report 2026. https://www.thebusinessresearchcompany.com/report/emollients-global-market-report
- The Brainy Insights. Cosmetic Emollient Market, Industry Report & Forecast 2032. https://www.thebrainyinsights.com/report/cosmetic-emollient-market-13385
- Future Market Insights. Emollients In Personal Care Market — Global Market Analysis Report 2036. https://www.futuremarketinsights.com/reports/emollients-in-personal-care-market
- SpecialChem. Caprylic/Capric Triglyceride (Emollient) — Cosmetic Ingredient INCI. https://www.specialchem.com/cosmetics/inci-ingredients/caprylic-capric-triglyceride
- Let’s Make Beauty. Best and Worst Ingredients in Moisturizers: What Every Formulator Should Know. https://www.letsmakebeauty.com/blog/post/best-and-worst-ingredients-in-moisturizers-what-every-formulator-should-know-for-dry-oily-and-sensit
- Elchemy. Humectants and Emollients: Building Better Skincare and Cosmetic Formulations. https://elchemy.com/blogs/personal-care/humectants-and-emollients-building-better-skincare-and-cosmetic-formulations